ในฐานะหัวหน้าโครงการ คิดเสมอว่ารุ่นแรกจะออกมาเป็นยังไงน้า.... แต่คิดไว้ว่ารุ่นต่อไปต้องทำให้ดียิ่งขึ้นไป วันนี้จึงอยากเขียน Review Course โดยมีวัตถุประสงค์
1) เป็นการสรุปเนื้อหาให้รุ่น 1 ได้ทบทวน
2) เผื่อผู้สนใจมาเรียนรุ่นต่อไปจะได้รู้ว่าเนื้อหา หลักสูตร "ESG Data Analytics & Emerging Technology Leverage Data to Sustainable Growth เนื้อหาประมาณไหน
3) เพื่อสรุปให้ทีมผู้สอนทราบและปรับปรับปรุงหลักสูตรให้ดียิ่งขึ้นไป
Persona ผู้เรียนรุ่น 1
ทีมผู้สอนมีการเก็บข้อมูล Persona ผู้เรียนเพื่อมาออกแบบคอร์ส ประเด็นนี้ทำให้ทีมผู้สอนหนักใจ คือ Persona หรือคุณลักษณะของผู้เรียนมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่เพิ่งเคยศึกษาเรื่อง ESG (30%) ไปจนถึงคนที่มีความรู้ในระดับต้น (40% เป็นสัดส่วนของคนส่วนใหญ่) สัดส่วนของผู้ที่ไม่มีความรู้เลยมาก่อนกับคนที่มีความรู้ในระดับสูงพอพอกันที่ (10-15%) เท่ากับพื้นฐานของคนมาเรียนรุ่น 1 มีความกระจัดกระจายมาก
สัดส่วนส่วนใหญ่เป็นบุคลากรในบริษัทจดทะเบียน มีองค์กรที่เป็นนักวิชาการ (อาจารย์มหาวิทยาลัย) องค์กรที่เป็น Regulator, Facilitator เรียกได้ว่าหลากหลายสุด ๆ ในมุมของผู้สอนต้องยอมรับว่ายากที่จะออกแบบได้โดนใจทุกคน (เเต่ต้องพยายามทำให้มากที่สุด) แต่ในมุมผู้เรียนคิดว่ามีประโยชน์มากในการแลกนามบัตร ขอไลน์กัน เพราะอะไรรู้ไหมครับ
- รุ่นที่ 1 มีคนเก่ง ๆ ที่อยู่ในแวดวง ESG พอสมควรเลย หลายคนคุ้นๆ หน้ากันตามสื่อ จึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะสร้างเครือข่าย เผลอๆ connection อาจจะสำคัญไม่ต่างหรือมากกว่าเนื้อหาด้วยซ้ำในบางโอกาส ฮ่า ๆ
- อีกประการหนึ่งคือ จากการพูดคุย ESG เป็นเรื่องกว้างและขับเคลื่อนในไทยอย่างเข้มข้นไม่นาน ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง บางท่านเก่งเรื่อง ESG Reporting/Disclosure บางท่านเก่งในมุม Sustainable Investment บางท่านเชี่ยวชาญด้านโมเดล และก็มีคณาจารย์หลายท่านที่ทำวิจัยด้านนี้ ทุกคนจึงเติมเต็มกันและกันในอนาคตได้ครับ
หลักสูตรนี้สอนอะไรบ้าง
หลักสูตรนี้ใช้เวลาเรียน 18 ชั่วโมง 3 วัน (6 ชม/วัน) เรียนทุกวันพุธ
แม้ว่าผู้เรียนจะมีความแตกต่างกันพอสมควร แต่แก่นของหลักสูตรนี้ยังคงไม่เปลี่ยน คือ
- เป็นหลักสูตรในระดับ B = Intermediate level ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้คนต้องมีความรู้มาบ้างเเล้วถึงควรเลือกสมัครหลักสูตรนี้
- แก่นของหลักสูตรคือ เน้นไปที่ ESG + Data Analytics + AI + Green Emerging Technology
แก่นของหลักสูตรนี้
หลักสูตรนี้ถูกออกแบบจากแนวคิดที่ว่า องค์กร/บริษัทจะใช้ประโยชน์ หรือยกระดับการทำงานด้านความยั่งยืน (ESG) ไปอีกขั้นหนึ่งได้นั่น ต้องมีความพร้อมด้าน ESG Data เช่น หากเจอคำถามท้าทายจากผู้บริหารหรือคณะกรรมการบริษัทว่า "คุณทำ ESG จ้างที่ปรึกษาแพง ๆ มา เราได้ประโยชน์อะไร หรือแท้จริงแล้วมันคือต้นทุนสะมากกว่า"
พอเจอคำถามแบบอย่างน้อยทีม ESG ก็ต้องสร้างสมการ/โมเดล หาความสัมพันธ์ระหว่าง ESG Factor กับรายได้บริษัทอะไรได้แหละถึงจะรอดจากผู้บริหารหรือคณะกรรมการบริษัท นี่คือที่มาของหลักสูตรนี้
ผู้เรียนจะได้รับอะไรจากหลักสูตรนี้บ้าง
- ความรู้ที่อัดแน่น (อาจจะแน่นเกินไปด้วยซ้ำครับ) รุ่น 2 เราอาจปรับเนื้อหาให้กระชับขึ้นด้วยซ้ำ เอกสารประกอบการสอนจากอาจารย์ผู้สอนทั้งหมด 6 ท่าน โดยประมาณ 304 หน้า ซึ่งรวบรวมจากหนังสือชื่อดังและงานวิจัยด้าน ESG รวมทั้ง Used Case ต่าง ๆ ของบริษัทชั้นนำระดับโลก
- การสร้างเครือข่าย เพราะคอร์สนี้คัดคนในวงการ ESG มาจริง ๆ
- หลักสูตรมีแจกกระเป๋าใบใหญ่ ซึ่งทำจากขวดน้ำพลาสติก เน้นรักษ์โลกครับ ฮ่าๆ ขออวดของครับ
- คนเข้าอบรมชมอาหารและอาหารเบรกมากครับ ซึ่งผมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ดูจากหุ่นหัวหน้าโครงการ ฮ่า ๆ
- ประกาศนียบัตรหลักสูตรนี้เราให้กันจุก ๆ 2 ใบเลยครับ 1) Certificate of Attendance รับกับมือท่านอธิการของ มจธ. เลย 2) Certificate of Achievement อันนี้ต้องทำในระบบและจะได้รับเมื่อสอบ Post Test > Pre Test ใบนี้สำคัญเพราะผู้ที่ได้รับทุนจะต้องเอาไปนี้แนบกับใบเสร็จไปเบิกกับทาง SET
Review เนื้อหาที่สอน
วันแรกช่วงเช้าผมเป็นคนสอนเองครับ แนวคิดของช่วงเช้าคืออยากให้คนเข้าเรียนเห็นพลังของความจำเป็นของ ESG Data โดยเริ่มจาก
- เล่าบทความหนึ่งของ KPMG เกี่ยวกับการวัด ESG Maturity Index พบว่า ESG Data คือแก่นสำคัญในการขับเคลื่อนระดับ Maturity และพบว่าทั่วโลกยังอยู่ใน Stage เริ่มต้นในเรื่องการขับเคลื่อนเรื่อง ESG Data
- ต่อมาผมเริ่มให้ผู้เข้าอบรมทำแบบทดสอบเพื่อวัดว่า Where We are Now. ในประเด็นของ Data พบวา่ ส่วนใหญ่ระดับของการทำ ESG Data ในประเทศไทยยังอยู่ใน Stage ของ Descriptive Analysis หรืออย่างดีก็จะเป็น Diagnostic...... ตามภาพด้านล่าง
- ช่วงท้ายของช่วงเช้าผมได้แนะนำ Large Language Model (LLM) ที่เกี่ยวข้องกับ Climate Risk ชื่อว่า ClimateBERT ให้ผู้เรียนเห็นความทิศทางว่าบทบาทของ Technology กับ AI ในบริบท ESG กำลังทวีความสำคัญ โดยผมได้เอางานวิจัยที่วิเคราะห์ด้วย ClimateBERT มาให้ผู้เรียนได้ศึกษา อ่านบทความเต็มจากตรงนี้เลยครับ --> click

วันแรกช่วงบ่าย
จากสถานการณ์ ESG Maturity ในประเทศไทยพบว่าการใช้ ESG Data ยังทำได้เพียงขั้น Descriptive Analysis คือการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่ค่อยเจอบริษัทที่ทำการพยากรณ์อะไรในบริบท ESG
ดังนั้นวันแรกช่วงบ่ายผมคิดว่ามีประโยชน์มากกับผู้เรียนเพราะอาจารย์ผู้สอนการทำ ESG Dashboard ด้วย Power BI ครับ ซึ่งตรงกับสถานการณ์ที่บริิษัทส่วนใหญ่อยู่ใน Stage Descriptive Analysis มีประโยชน์มากในการ Visualization ให้ผู้บริหารองค์กรได้เห็นสถานการณ์ ESG Data ของบริษัท เป็นช่วงที่ผู้เข้าอบรมจะได้ฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น และเป็นการปูพื้นก่อนวันที่ 2
วันที่สอง จุกจุกเลยครับเพราะอาจารย์ผู้สอนท่านอัดแน่นเนื้อหาและชวนผู้เรียนก้าวไปสู่อีกหนึ่ง Step คือการทำ Predictive Model ตามภาพด้านล่าง
- ตั้งแต่ขั้นตอนของการทำ ESG Data Analytics
- Predictive Model ในแต่ละแบบ ซึ่งอาจารย์ผู้สอนได้อธิบายหลายตัวแบบมาก
- กลไกการทำงานของ AI, ML, LLM ตลอดจน Generative AI
- Deep Learning, NLP, Generative AI, and RAG*
- Supervised Learning and Unsupervised Learning Algorithms
- Optimization
- ช่วงท้ายของวันที่ 2 อาจารย์ผู้สอนท่านมีโจทย์ให้แต่ละกลุ่มร่วมคิดวิเคราะห์ว่าถ้าเจอสถานการณ์นี้จะเลือกโมเดลใดในการจัดการกับโจทย์ดังกล้่าว ช่วงนี้ดีใจที่ผู้เข้าเรียนทุกกลุ่มเก่งกันมาก ออกไอเดียกันแบบสุดยอดมาก

วันที่สามช่วงเช้าเป็นการ Workshop อาจารย์ผู้สอนตั้งใจมากในการออกแบบ Workshop ให้ตรงกับกลุ่มคนมาเรียน โดยอาจารย์เข้ามาเป็นผํู้สังเกตุการณ์ในทุก Session เพื่อเก็บข้อมูลและปรับการ Workshop ให้กลมกล่อมครับ แถมอาจารย์ยัง Wrap Up เนื้อหาทั้งหมด ซึ่งผู้เรียนเมื่อถึงจุดนี้คงจะเหนื่อยกันเเล้ว เป็นเวลาอันดีที่จะสรุปเนื้อหากันสักหน่อยครับ
วันที่สามช่วงบ่าย ผมเชิญอาจารย์คณะพลังงานมาพูดถึงเทคโนโลยีพลังงานสอาด (Green Technology) โดยมีจุดมุ่งหมายที่ว่า นอกจาก Data ขุมพลังของเทคโนโลยีก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสู่ Net-Zero
สิ่งที่ควรปรับปรุง
ผมเขียน Review เอาไว้แต่มุมดีื แต่ในฐานะประธานหลักสูตรคิดเสมอครับว่าจะต้องทำให้รุ่นหน้าดีขึ้นไปอีก ต้องขอโทษรุ่นแรก เพราะพอเป็นรุ่นแรกอะไรก็ใหม่ ผู้สอนเองก็คิดกันว่าเนื้อหาหลักสูตรตรงใจกับ Need ผู้เข้าเรียนหรือเปล่า
หลังจบคลาส พวกเราในฐานะผู้สอนจะนำเอาข้อเสนอแนะมาปรับปรุงนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่คิดไวไวคืือ การสอนเพียงแค่ 18 ชม. เทียบกับเนื้อหาที่อัดแน่น พบว่าอาจให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติ (How) น้อยไปหน่อย อนาคตเราจะปรับปรุงนะครับ อาจจะลดเนื้อหาบางตอนลง และทำให้ดียิ่งขึ้นไป
แล้วพบกันรุ่นสองนะครับ หรือหากมีผู้สนใจ เราเล็งไว้ว่าจะเปิดรุ่น 3 อยู่ติดต่อโทรหาผมได้เลยครับ ---> 087-7119446 (อ. หน่ง)

