เมื่อ Climate Change กลายเป็น Business As Usual — ถึงเวลาที่ “Biodiversity” ต้องถูกพูดถึงในฐานะหัวใจของเศรษฐกิจ
.
ผมอยู่กับ Climate Risk มาหลายปี ตั้งแต่อ่าน Glabal Risk ของ WEF และพบว่า Climate Risk ติดอันดับความเสี่ยงสูงติดต่อกันหลายปี ถึงเวลาที่เราต้องมีความรู้ด้านนี้ จนทำให้ช่วงหนึ่งเคยบ้าคลั่งไปสอบ Global Certificate Sustainability and Climate Risk ของ GARP อ่านหนังสือเยอะมากในวัยที่ไม่พร้อมแล้ว ฮ่า
.
บ้าที่ 2 คือ ถึงขั้นรวบรวมความรู้ งานวิจัยและกรณีศึกษามาเขียนหนังสือ "การจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ สู่การสร้างความยั่งยืนองค์กร (CLIMATE RISK MANAGEMENT)" แอบอวดนิดนุงว่าพิมพ์รอบ 2 ใกล้หมดเเล้ว ดีใจครับ วางขายที่ CU Book ครับ --> click หากสนใจ ขอขายของหน่อยนึง
.
ไม่ได้เบื่อเรื่อง Climate Risk ครับ แต่เชื่อไหมครับว่าปี สองปีนี้บริษัทเริ่มขับเคลื่อนเรื่อง Climate Change กันหนักมาก อาจจะเพราะ พ.ร.บ ใกล้ออก ซึ่งเป็นการตื่นตัวที่ีดี เลยทำให้ Climate Change กลายเป็น Business As Usual
.
ด้วยเหตุนี้ อ หน่ง ก็เลยเพิ่มองค์ความรู้จากเพียงแค่ Climate-related Risk ไปสู่ Nature-related Risk
.
จึงได้ไปเรียนและเพิ่งจบหลักสูตรจาก UNDP – Biodiversity Finance: Designing and Implementing Finance Plans for Nature หรือเรียกสั้น ๆ ว่า BIOFIN
เพื่อเข้าใจว่า “ธรรมชาติ” ไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่ต้องอนุรักษ์ แต่คือ “สินทรัพย์” ที่ต้องบริหารทางการเงินอย่างจริงจัง
.
หลักใหญ่ใจความสำคัญของ Course คือ
Framework: BIOFIN – Biodiversity Finance Steps โดย UNDP เสนอ 6 ขั้นตอนสำคัญคือ
1️⃣ Policy & Institutional Review (PIR) – ทบทวนกฎหมาย นโยบาย และบทบาทหน่วยงาน เพื่อหาช่องว่างและโอกาสทางการเงิน
2️⃣ Biodiversity Expenditure Review (BER) – ตรวจสอบว่าใครกำลังใช้เงินเพื่อธรรมชาติ และใช้ตรงจุดหรือไม่
3️⃣ Financial Needs Assessment (FNA) – ประเมินงบที่ “ต้องการจริง” เพื่อบรรลุเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพ
4️⃣ Biodiversity Finance Plan (BFP) – สร้าง “แผนการเงินเพื่อธรรมชาติ” เชื่อมโยงกับนโยบายและเศรษฐกิจประเทศ
5️⃣ Implementation – ลงมือทำให้แผนกลายเป็นโครงการ มีระบบติดตาม ประเมิน และถอดบทเรียน
6️⃣ Monitoring & Scaling Up – สร้างระบบติดตามผล สื่อสารผลลัพธ์ และขยายผลระดับประเทศ
.
ส่วนตัวไม่แน่ใจครับว่า Framework นี้จะใช้ในไทยเร็วช้าแค่ไหน แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้เข้าไปฟังบรรยายที่จัดให้กับ ESG Expert Pool ของตลาดหลักทรัพย์ ในหัวข้อ The Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) คุ้นไหมครับกับ TCFD ซึ่งคือการขยายขอบเขตจากเปิดเผยด้าน Climate Risk สู่การเปิดเผยด้าน Nature-related Risk
.
สำหรับ Plaform (Learning for Nature) ของ UNDP แอบจะน่าเบื่อไปหน่อยตรงที่เน้น Text มากกว่า Video แต่ของฟรีนะครับ ไม่เสียหายที่จะเข้าไปเรียน
.
ไว้อนาคตมาเล่าเรื่องแนวนี้กันใหม่นะครับ
.
อ.หน่ง
เมื่อ Climate Change กลายเป็น Business As Usual สู่ Biodiversity Finance (BIOFIN)
31 ต.ค. 2568

